[13.]หมี-น้อย-หนี-ห่าว
posted on 06 Apr 2012 15:18 by the-ha-me in In-the-forestวันนี้เป็นวันหยุด..แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะคิดนู่นคิดนี่อยู่เรื่อย (หัวเราะ)
เหมือนเป็นสัญญาณที่ดี(!?)ที่เมื่อวานข้อเท้าพลิก
ดีนะที่วันนี้ไม่ต้องเดินมากเหมือนตอนวันทำงานปกติ
เรียนมาก็ต้องรักษาตัวเองต่อไป (หัวเราะแห้งๆ)

ที่ดูป่องๆ เพราะว่าประคบน้ำแข็งนะ ไม่ใช่มันบวม
และก็เรื่องข้อเท้าพลิกนี่ก็เป็นบ่อยแล้ว..(หัวเราะ)
.
.
.
เมื่อสายๆ ได้รับข่าวจากเพื่อน(ที่ทำงานที่เดียวกัน)ว่า
คนไข้ที่เป็นคนจีนที่ได้ไปรักษาเมื่อวานเค้าขอ งดทำกายภาพบำบัดแล้ว
.
ย้อนไปเมื่อเดือนที่แล้ว ประมาณเกือบ 11 โมง
ได้รับการ consult จากแพทย์เพื่อช่วยออกำลังกายให้กับคนไข้คนนึงที่ห้อง ICU
โดยเคสนี้เป็นเคสที่ได้รับการผ่าตัดนำเนื้อสมองที่ตายออก
และไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายฝั่งตรงข้ามกับเนื้อสมองที่ตัดออกไปได้
จริงๆ ก็ได้เห็นแล้วแว๊บๆเมื่อตอนไปทำคนไข้อีกคนที่ห้อง ICU นี้แหละ
คนไข้เป็นคนจีน(แผ่นดินใหญ่) ตัวค่อนข้างใหญ่ (ทราบทีหลังว่าสูง 190 เซนติเมตร)
พอไปถึงห้อง ICU ก็พบกับภรรยาของเค้า(ซึ่งเป็นคนจีนเหมือนกัน)เฝ้่ามองอยู่ใกล้ๆ
ตามหลักการที่เรียนมา.. ณ เวลานั้นไม่ว่าคนไข้จะตอบสนองต่อคำสั่งหรือไม่
ก็ต้องพูดกับตัวคนไข้ ออกคำสั่งให้เค้าคิดและทำตามในสิ่งที่เราทำให้เค้าอยู่
แต่ทว่า.. ทั้งสามีและภรรยาไม่สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษได้
จึงไม่สามารถสอบถามอะไรได้ และไม่สามารถออกคำสั่งให้เค้าทำตามได้
ได้แค่ยกแขนยกขาให้เค้าในแต่ละวันแค่นั้น
.
คนไข้รักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU ประมาณ 5 วันแพทย์ก็อนุญาตให้ย้ายมาห้องธรรมดาได้
โชคดีที่มีล่ามมาคอยอยู่ช่วยสื่อสารให้กับครอบครัวนี้ด้วย
หลังจากได้พูคุยกับล่ามก็ทำให้รู้เรื่องราวมากขึ้นว่า..
"สองสามีภรรยาคู่นี้เค้าซื้อทัวร์มาเที่ยว 3 ประเทศ
ได้แก่ ประเทศไทย, มาเลเซีย และ สิงคโปร์
ประเทศแรกที่เที่ยวก่อนก็คือประเทศไทย
แต่ทว่าสามีเค้าได้เส้นเลือดในสมองแตกเสียก่อนที่จะได้ขึ้นเครื่องไปมาเลเซีย"
ซึ่งภรรยาของเค้าก็พูดว่า
"หากว่าไปเป็นที่สิงคโปร์ก็คงดี เพราะถึงแม้ค่าการรักษาจะแพงกว่า แต่ก็คงรักษาได้ดีกว่านี้"
เอาเป็นว่า จะพูดอะไรมาก็ตาม เค้าก็ยังคงจะต้องได้รับการรักษาต่อไป
.
ผ่านมาประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ในโรงพยาบาล
การรักษาทางการแพทย์, การพยาบาล และทางกายภาพบำบัดก็ดำเนินต่อไป
จนสามารถช่วยกันให้คนไข้ยืนขึ้นมาได้แล้ว
(แม้การช่วยยืนครั้งนี้จะใช้คนถึง 4 คนและทุลักทุเลมากก็ตาม)
อาการของคนไข้ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับและก็คิดว่าน่าจะไปให้การรักษาที่แผนกได้
.
หลังจากที่แพทย์ได้อนุญาตให้ไปทำกายภาพฯที่แผนกได้แล้ว
ก็เป็นช่วงที่ไม่ได้ไปทำงานพอดี
พอกลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ทราบข่าวว่าอาการของคนไข้แย่ลง
ก็เลยต้องเข้าไปห้อง CCU อีกครั้ง (ห้อง CCU คือห้องดูแลทางด้านหัวใจไม่ใช่ ICU นะ)
หลังจากอยู่ห้อง CCU ประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ก็ย้ายมาอยู่ห้องธรรมดาอีกครั้ง
ก็ได้รับการรักษาทางภายภาพฯ ต่อไป
เมื่อ 3 วันก่อน(ที่จะได้มาเขียนบล็อกนี้)ลูกสาวของคนไข้(ที่บินตามมาทีหลัง)ก็ถามว่า
"มีคนไข้ที่มีอาการแบบพ่อเค้าเยอะไหม?" ..
"พ่อของเค้าจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานเท่าไหร่?"..
"ที่นี่มีแพทย์ฝังเข็มแบบจีนไหม? คิดว่าถ้าได้ฝังเข็มก็น่าจะดีขึ้น" ..
และก็ได้เล่าให้ฟังว่า
"ตัวเค้าเองอยากจะพาพ่อกลับไปรักษาต่อที่ประเทศจีนมาก
แต่ว่าถ้าขึ้นเครื่องกลับไปจะต้องมีเครื่องออกซิเจนและเครื่องดูดเสมหะ
ได้ลองคุยกับบริษัทที่จะช่วยได้ เค้าบอกว่าจะต้องมีพยาบาล 2 คนที่จะดูแล
ค่าใช้จ่ายแพงมาก ครอบครัวของเค้าไม่สามารถจ่ายได้"
ล่ามเสริมว่า
"ความจริงเค้าคิดราคาเป็นล้าน แต่กลัวเค้า(ลูกสาว)รู้สึกแย่ ก็เลยบอกไปแค่ 8 แสน
ก็เลยบอกเค้าให้รอดูอาการหลังสงกรานต์ก่อน เพราะราคาตั๋วหลังสงกรานต์ถูก"
เมื่อวานก็ไปทำกายภาพให้ตามปกติ
ขณะทำได้ยิงเสียงภรรยาคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเครียด
พอเค้าวางสายไป สีหน้าของภรรยาดูไม่สู้ดีนัก
ก็เลยแอบถามลูกสาวว่า "Are you okay?"
ลูกสาวเค้าตอบมาว่า
"พาสปอร์ตของพ่อและแม่ของเค้าหมดมา 25 วันแล้ว
เพราะว่าพวกเค้าซื้อทัวร์ไปเที่ยว 3 ประเทศ ก็เลยได้ประเทศล่ะไม่นาน
ซึ่งทางการให้เสียค่าปรับวันละ 5,000 บาท มันก็เลยเป็นจำนวนเงินที่มาก
ครอบครัวของเค้าเจอแต่เรื่องโชคไม่ดีเอาซ่ะเลย"
และเมื่อสายวันนี้ก็ได้ทราบข่าวแล้วว่า.. "คนไข้ของดทำกายภาพบำบัด" แล้ว
.
.
.
นี่เป็นอีกเคสนึงที่ทำให้รู้สึกได้ว่า
"สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ จงเตรียมพร้อมทุกอย่างถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้น"
การเที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องที่น่าสนุก
แต่ถ้าหากว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นคงไม่สนุกแน่
จริงๆ แล้ว..ก็ยังมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกประทับใจ
เพราะภรรยาของเค้าดูแลและเป็นห่วงสามีมาก ตั้งแต่ห้อง ICU แล้ว
ดีมากกว่าหลายๆ ห้องที่เป็นคนไทยคุยกันรู้เรื่องซ่ะอีก
ส่วนใหญ่คนเฝ้าไข้ ก็คือ "คนเฝ้า" จริงๆ
ญาติบางคนไม่ทำอะไร เอาแต่นอนดูทีวี หรือไม่ก็ไม่อยู่เฝ้าญาติตัวเองเลย
เหมือนว่า "ทุกอย่างบุคลากรทางแพทย์ก็ทำไปสิ ไม่ใช่หน้าที่อะไรของฉัน"
แต่สำหรับภรรยาเค้าทำและดูแลแทบทุกอย่าง จนล่ามแซวว่า
"แย่งพยาบาลทำจนบางทีพยาบาลแทบไม่มีที่จะยืน"
ก็แหงล่ะนะ.. มาเจ็บป่วยต่างประเทศก็ไม่อยากจะเชื่อใจใครเท่าตัวเอง
.
การรักษาต่างๆ ไม่ใช่อยู่ที่บุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
ญาติเองก็มีส่วนช่วยที่จะทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น
และที่สำคัญที่สุด.. ตัวของคนไข้เองที่อยากจะหาย อยากจะดีขึ้น
นี่ก็จะเป็นส่วนที่ช่วยทำให้อาการเจ็บป่วยดีขึ้นได้
.
.
ไม่รู้เหมือนว่าการที่ของดทำกายภาพฯ เกิดมาจากเหตุผลอะไร
แต่ยังไงก็ขอให้คนไข้ดีขึ้นและได้กลับเมืองจีนเร็วๆ ล่ะกัน
.
.
เอาล่ะ! ไปแบ่งเวลาจากหน้าจอคอมไปออกกำลังกายกันดีกว่า
แต่แค่ยังเดินก็ยังเดินกะเพลกๆ แบบนี้.. จะไหวไหมนะ??
Tags: กายภาพบำบัด, เดอะ หะ มี1 Comments
