ช่วงนี้ใครๆ ก็คงปิดเทอมกันหมดแล้วสินะคะ
(ยกเว้นพ่อแม่ของชั้นที่ยังคงต้องไปโรงเรียนทั้งๆ ที่ไม่มีนักเรียนมาแล้ว)
พูดถึงปิดเทอมเด็กๆ ก็คงชอบกันแหละนะ
แต่ว่า.. ชั้นไม่ชอบปิดเทอมเทอมนี้เอาซ่ะเลย!
เพราะปิดครั้งนี้ชั้นก็ไม่ได้เปิดเทอมอีกแล้ว (แง๊~)
พูดเรื่องนี้กับเพื่อนๆ ร่วมชั้นปีคนไหนก็มีแต่ใจหายคะ
เพราะว่าเราก็จะไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ และต้องหางานทำรับผิดชอบชีวิตตัวเอง
.
ทุกๆ วันเวลานั่งเล่นคอมฯ ชั้นก็จะมองไปยังรูปถ่ายเพื่อนๆ ทั้งคณะที่อยู่บนโต๊ะ..
นั่งมองว่าใครเป็นยังไง.. ยิ้มแป้นให้กับกล้องมากแค่ไหน
มองไปก็นึกว่า..ป่านนี้ใครจะทำอะไรกันอยู่บ้างนะ??
ชั้นรู้สึกผูกพันธ์กับเพื่อนหลายๆ คน.. ทั้งๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มเดียวกันก็ตาม
คงเพราะคณะที่ชั้นเรียนมาเป็นคณะเล็กๆ ไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับคณะอื่นๆ
และด้วยการเรียนการสอนทางคณะของชั้นจึงแบ่งออกเป็น 2 ภาควิชา
(แต่ว่าตอนนี้มี 3 แล้วนะ!)
เราก็จะเจอหน้ากันมาตั้งแต่ปี2 บางคนเจอกันตั้งแต่ปี 1 เลยก็มี
แถมยังต้องเรียนด้วยกันทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนเย็น..
มีเรื่องราวเยอะแยะ..ไม่ว่าจะเฮฮาหรือซีเรียส..หรือทะเลาะกับชาวบ้านชาวช่องก็มี!
ชั้นเชื่อว่า..ด้วยพื้นฐานทางด้านจิตใจของเพื่อนแต่ละคนคล้ายๆ กัน
พวกเราจึงเข้ากันได้ดีอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย (หัวเราะ)
.
จนถึงตอนนี้หลังจากประชุมเชียร์เมื่อตอนปี 1 ชั้นยังจำชื่อเล่นเพื่อนๆ ได้ทุกคน
และชั้นก็เชื่อว่า..ใครๆ หลายคนก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
ตอนประชุมเชียร์มันเป็นเหมือนการหล่อหลอมความสามัคคีให้มีในกลุ่มเพื่อน
เพราะความสามัคคีมันทำให้ทำงานใหญ่ประสบความสำเร็จมานักต่อนัก
ทั้งในรุ่นของชั้นหรือใครๆ ก็ตาม..
แม้จะรู้ว่ามันป็นแค่ละครที่ถูกวางพล็อตเรื่อง..
แต่ผลของมันก็ทำให้รุ่นของชั้นเกิดความผูกพันธ์กลมเกลียวได้~
.
นอกจากประชุมเชียร์แล้ว..เรื่องที่จำได้ขึ้นใจก็คือตอนปี 3
ตอนนั้นจะต้องจัดงานบายเนียร์ให้กับพี่ปี 4
ซึ่งทางคณะกรรมการนักศึกษาของคณะมีปัญหาในการจัดงาน
และด้วยความบาดหมางในอดีตจึงทำให้หัวหน้าจัดงานขอลาออกจากการทำงาน
ปัญหาครั้งนี้ทำให้อาจารย์ผู้ใหญ่ต้องเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยกันเพื่อหาข้อตกลง
และกลายเป็นภาควิชาของชั้นที่เป็นผู้รับผิดชอบงานครั้งนี้ต่อจากหัวหน้าเดิม
การเตรียมงานมีเพียง 4 อาทิตย์ก่อนงานจะเริ่ม..ซึ่งฉุกละหุกมาก..
พวกเราจะต้องเริ่มทำงานตั้งแต่ขึ้นตอนที่ 1 จนถึงขั้นตอนสุดท้าย
งานนี้ทำให้ชั้นได้เห็นน้ำใจของเพื่อนๆ ที่ภาควิชา(ที่มีน้อยกว่าอีกภาควิชาหนึ่ง)
ถึงแม้ว่างานจะออกมาไม่สวยหรูอย่างที่หัวหน้าเก่าได้วางแผนเอาไว้
แต่ชั้นเชื่อว่า..การที่พวกชั้นทำเพื่อพี่ๆ ด้วยหัวใจ..
จึงทำให้งานนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น (แม้จะสะดุดก้อนหินนิดๆ หน่อยๆ ก็ตาม)
.
.
งานปัจฉิมนิเทศในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ทางคณะได้จัดให้
แม้ว่าจะไม่ได้เป็นงานที่ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนดั่งคณะอื่นๆ (ที่คิดไว้)
แต่เป็นงานที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ได้รับมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ระหว่างนักศึกษาและอาจารย์รวมไปถึงพี่ๆ เจ้าหน้าที่ต่างๆ
นึกถึงทีไรแล้วก็จะมารอยยิ้มโผล่ขึ้นมากลางหัวใจของชั้นทุกที
เวลาใครถามว่าจบมาจากที่ไหน.. ไม่มีใครไหนเลยที่ชั้นจะตอบไปด้วยความละอายใจ
ว่าชั้นจบมาจาก "คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" คะ (ยิ้ม)
.
จากวันนั้นผ่านมาจะเกือบ 20 วันแล้ว.. ชั้นในฐานะบัณฑิตใหม่ก็ต้องดำเนินชีวิตใหม่
ในฐานะคนในวัยทำงานคนหนึ่ง..ที่ไม่มีงานทำ! (หัวเราะ)
.

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ด้วยค่ะ สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วยค่ะopen-mounthed smile

#1 By yupakorn on 2011-04-01 09:37

ยินดีด้วยค่ะ ...
ว้าวๆน่ารักๆ ขอบใจจ้า

#3 By ขาย server (58.9.66.220) on 2011-08-27 21:23

ทักทายจร้าๆ ^^

#4 By ขาย server (58.9.66.220) on 2011-08-28 17:44

รูปสวยจังครับ

#5 By แก้วเซรามิค (115.87.139.12) on 2011-11-02 19:50

cool blog

#5 By graphic (115.87.139.12) on 2011-11-02 19:50